Tea Time และ ??? (Episode 4)

posted on 21 Jun 2009 22:51 by umineko
Tea Time
วันที่ : 5 ตุลาคม 1986
เวลา : 23.50 น.


ผ่านไป 1 วัน แบทเลอร์ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาอยู่ที่นี่มาเกือบ 24 ชั่วโมงหลังจากวันนั้น

เขาเล่าถึงอดีตก่อนหน้านี้
รีบไปหามาเรียที่โบสถ์ ที่เธอถูกนัดไปทดสอบ แต่ก็ไม่พบ
กลับมาในคฤหาสถ์ก็มีกลิ่นคลุ้ง เหมือนบางอย่างไหม้
เมื่อไปที่ห้องรับแขกก็พบ 6 ศพ สภาพเหมือนกับที่พวกโกดะเคยบอก
มีอีก 1 ศพเพิ่มเข้ามา
นั่นคือ ..........  มาเรีย อยู่ข้างศพของโรซ่า ราวกับหลับอยู่
ไม่มีรอยแผลภายนอก สังเกตจากฟองที่ริมฝีปาก เธอคงดื่มยาพิษ

ช่วงรุ่งเช้า และคิดเรื่องต่างๆ มากมาย
เขาขึ้นไปห้องเจสซิก้า และพบศพของเธออยู่ใกล้โทรศัพท์
ใบหน้าถูกทำลายครึ่งหนึ่ง แล้วพิงกำแพง
เขานึกถึงคำพูดน่าเหลือเชื่อที่เธอเคยพูด และสิ่งที่ฆาตกรน่าจะทำ

หน้าต่างในห้องนี้ ถึงจะมองเห็นสวนกุหลาบ แต่ไม่น่าจะมองเห็นถึงที่พักนั้น
ทำไมเธอถึงรู้ว่าพี่จอร์จถูกฆ่า ? ยังคงเป็นปริศนา

หลังจากหาต่อก็พบห้องที่คิริเอะถูกฆ่า มีของบางอย่างปักหัวเธออยู่
มันน่าสะอิดสะเอียด เขาพยายามดึงมันออก แต่ก็นึกได้ว่าอาจมีปัญหากับตำรวจในภายหลัง
แต่ก็ช้าไป เขาจึงวางมันไว้ข้างคิริเอะ
เขานึกถึงตอนที่เธอตาย ผู้ร้ายฆ่าเธอด้วยปืนเหรอ ?
ถึงแบบนั้นก็ไม่เข้าใจว่ามันเข้ามาทางรูกุญแจได้อย่างไร

ที่ประตูหลังพบศพของเคลาส์ ครึ่งหัวเขาถูกทำลาย
ออกไปจากแมนชั่น พบศพของดร.นันโจ และแชนนอน ใกล้บ่อน้ำเก่า ทั้งสองถูกทำลายหัว

เขาได้ยินว่าบ่อน้ำนี้เป็นทางไปสู่คุวาโดเรี่ยน ตามที่คิริเอะเคยโทรมาบอก
แต่ทว่า เขาเปิดมันไม่ได้ มีกรงเหล็กปิดอยู่ มีช่องว่างเพียง 20 เซ็นติเมตรระหว่างมัน
ถึงกระนั้นเขาก็อยากจะพังมันให้ได้ แล้วนึกถึงที่ขังโกดะและคุมาซาวะ
ก่อนหน้านั้น เขาต้องหาวิธีเปิดชัตเตอร์ของห้องนั้นเสียก่อน เขาเดินเรื่อยๆ จนถึงห้องต้มน้ำ

ที่ห้องต้มน้ำพบศพไหม้เกรียมของคินโซ ถึงจะยังบอกไม่ได้ก็ตาม ดูได้เพียงแค่นิ้วเท้าเท่านั้น
พอหาเครื่องมือจากห้องต้มน้ำได้บ้าง ก็กลับไปที่ห้องเก็บของในสวน
แบทเลอร์ใช้ขวานเล็ก (เหมือนปังตอเรนะ) ฟันมัน แล้วพยายามทำรู

เขาได้พบศพทั้งสองที่ห้องอยู่ แต่ก็เห็นชัดมากขึ้นว่าโดนยิงที่หัวด้วย
ดูจากความสูงและระยะแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะฆ่าตัวตาย
ตอนนี้ยืนยันคนตายได้ 16 คนแล้ว เหลือเพียงคานอนคนเดียว

คิริเอะบอกว่าคานอนถูกฆ่าแล้วตกลงในบ่อนั้น เขาจึงกลับมาเช็ค
ใช้ไฟฉายส่องลงบ่อน้ำ ก็ส่องไม่ถึงก้นบ่อ
พอพยายามทำลาย เป็นไปไม่ได้ มันเป็นกรงเหล็ก
เขานึกถึงสิ่งที่คิริเอะเคยเล่า เรื่องดาบลำแสงในมือคานอน
ถึงกระนั้น เขายังสงสัยว่าเป็นฆาตกรด้วยหรือไม่ ?

(Metawold)
แบทเลอร์ต้องการคำยืนยัน
คานอนตายแล้ว
ในกลุ่ม 5 คนของคิริเอะ เขาเป็นคนแรกที่ตาย
พูดสั้นๆ เขาเป็นเหยื่อคนที่ 9


(โลกจริง)
เขาคิดเรื่องต่างๆ ปริศนาที่สำคัญ
การตายปริศนาของมาเรีย
เรื่องที่เจสซิก้ารู้ว่าจอร์จถูกฆ่าแล้ว
ศพปู่ถูกเผาทั้งร่าง จนยืนยันไม่ได้
และปริศนาอื่นๆ อีกมากมาย

(Metawold)
เวลาผ่านไปจนเกือบ 24.00 น. ของวันที่ 5
เบียทริซปล่อยให้เขามีชีวิตอีก 24 ชั่วโมงเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตตามปกติ
เมื่อเบียทริซกล่าวถึงความสำคัญของแองจี้ ทำให้แบทเลอร์บอกห้ามพูดชื่อนั้น
แล้วพูดต่อเรื่อยๆ จนเขาต้องห้ามเธอพูดชื่อนั้นรวม 4 ครั้ง


(Golden Land)
ทั้งสองอยู่ในอีกโลก
เมื่อถามฝ่ายไหนเริ่มก่อน แบทเลอร์จะเป็นฝ่ายเริ่ม
โดยรอบบริเวณนั้น เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดง
มันราวกับต้องการสื่อถึงความจริงสีแดง ที่เต็มไปหมด

แต่ภาษาดอกไม้ ดอกกุหลาบหมายถึง ความหลงไหล ...... ไม่ใช่ความจริง
ภาษาดอกไม้ ความจริง คือ ดอก Forget Me Not สีดอกไม้นั้น ...... เป็นสีฟ้า

แบทเลอร์ เริ่มโจมตีด้วยความจริงสีฟ้า เป็นข้อสงสัยที่เคยกล่าวถึง

อุชิโรมิยะคินโซตายไปแล้ว ! ดังนั้นจำนวนคนบนเกาะมีเพียง 17! โดยการเพิ่มคนที่ไม่รู้จัก X ทำให้จำนวนกลายเป็น 18 คน สมมุติว่า X มีตัวตน การก่อคดีเกิดขึ้นได้ แม้ว่าทั้ง 17 คนจะยังมีพยานรู้เห็น ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจำนวนคนเพิ่มเป็น 18 คน เป็นไปได้ที่คนผิด X จะมีตัวตน และทำให้คดีเกิดขึ้นโดยที่ทั้ง 18 คนมีพยานรู้เห็น

ตั้งแต่ Episode 1 มันคงจะเป็นเช่นนั้น เกี่ยวกับคนที่ X
ถ้าไม่มีการตอบโต้ของเบียทริซด้วยสีแดง มันจะมีผล
....ลิ่มของความจริงสีฟ้า ทะลุผ่านขาซ้ายของเธอ เลือดไหลจากร่างของเบียทริซ
เธอทนกับความเจ็บปวดนั้น แล้วบอกเริ่มได้ดี

เบียทริซโจมตีกลับ พูดถึงช่วงสุดท้ายของเกมที่สอง
ที่จอร์จ, โกดะ และแชนนอน ขังตัวเองให้ห้องของนัตสึมิ กุญแจที่เปิดได้เฉพาะห้องนั้นอยู่ในห้อง
และมาสเตอร์คีย์ทั้งหมดอยู่ในมือของโรซ่า คนผิด X จะทำได้อย่างไร
แบทเลอร์กลับบอกว่า มันไม่ส่งผลต่อความจริงสีฟ้าที่เขาโจมตี ถ้าคนผิด X ได้มาสเตอร์คีย์
เธอยืนยันอีกครั้ง มาสเตอร์คีย์ทั้งหมด อยู่ในมือโรซ่า !

แต่มันไร้ความหมายถ้าป้าโรซ่าเป็นฆาตกร
ป้าโรซ่าส่งกุญแจให้กับฆาตกร X โดยวิธีบางอย่าง, สนับสนุนฆาตกรในห้องปิดตาย ! หลังจากนั้นเธอได้รับกุญแจกลับคืนมาด้วยวิธีเดียวกัน!
เขายังบอกเบียทริซอ่อนหัดเกินไป.....ลิ่มสีฟ้าเล่นงานเบียทริซอีกครั้ง
เธอร้องด้วยความเจ็บปวด แต่บอกยังคงทนได้

แบทเลอร์โจมตีต่อ เกมที่ 3 ห้องปิดตายต่อเนื่อง, การตายของโรซ่าและมาเรีย, การตายของพ่อและคนอื่นในห้องโถง, การฆ่าเคลาส์และนัตสึฮิ ทั้งหมด ......
มันอธิบายได้โดยคาดคะเนได้ว่า ป้าเอวาเป็นฆาตกร
และปริศนาสุดท้ายที่เอวาเคยกล่าว
ฆาตกรที่ฆ่าดร.นันโจ เป็น X คนที่ 18 ที่ไม่รู้จัก

เบียทริซยกเรื่องปริศนาบางอย่างมาตอบโต้
จอร์จไม่ได้ลงมาจากบันไดของบ้านพักรับรอง
เขากระโดดออกไปจากหน้าต่างเหรอ ทั้งที่หลังจากนั้นมันถูกล็อคด้านใน
เธอยืนยันด้วยสีแดงต่อ
หน้าต่างและประตูทั้งหมดถูกล็อคจากด้านใน เป็นไปไม่ได้ที่จะล็อคจากด้านนอก

แบทเลอร์โต้กลับ
ในกรณีนี้ ทุกอย่างจะเป็นไปได้ถ้าใครสักคนล็อคหน้าต่างหลังจากที่จอร์จหลบหนีไป
สีฟ้ายังคงโจมตีเบียทริซซ้ำอีก เธอทำให้มันหายไปไม่ได้

เขากล่าวต่อถึงเกมที่ 4
คนที่ 18 X นั้นมีปืนและฆ่าทุกคน ส่วนหลุมนั้น มีโอกาสที่จะมีหลุมลับ และมีความเป็นไปได้ที่จะอธิบายโดยทฤษฏีของคิริเอะ สมมุติว่ามีเครื่องยิงลูกดอก X ที่ทำให้คนหลับได้ทันที ฆาตกรที่ฆ่าจอร์จ, เจสซิก้า และพวกนั้นหลบหนีจากดันเจี้ยนอธิบายได้ด้วยปืน เหมือนกับห้องดินเนอร์
เขารอการโต้กับจากเบียทริซ

พวกนั้นที่พบในการประชุมของครอบครัว และรู้ว่านั่นคือคินโซ
เขายังคงไม่แปลกใจ เรื่องจะมีการจำผิด
ปู่คนนั้นเป็นคนอื่น เป็นเพียงร่างที่เหมือนกัน คนอื่นที่พวกญาติเข้าใจผิดว่าเป็นปู่
เธอตอบโต้
ไม่มีใครเข้าใจผิดเกี่ยวกับอุชิโรมิยะ คินโซโดยการมอง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร พวกนั้นไม่ได้เข้าใจผิดเกี่ยวกับคินโซ
แบทเลอร์โต้กลับ
โดยการประกาศด้วยความจริงสีแดงในเกมที่สองเป็นจำนวนที่แท้จริงของมาสเตอร์คีย์มี 5 ดังนั้นในเกมแรก กุญแจอาจจะมีมากกว่า 5 เธอเปลี่ยนหลักฐานในเกมหลังสุด ในกรณีเดียวกันมีความเป็นไปได้ที่สถานะเป็นตายของคินโซ ถูกเปลี่ยนในเกมที่ 4
ดังนั้น การมีตัวตนของคินโซในเกมที่ 4 ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขามีตัวตนก่อนหน้านี้ ...!
ดังนั้น แม้ว่าเราสมมุติว่ามีฆาตกร 6 คนให้ห้องทานอาหารที่มาโดยปู่ มันก็จะไม่ได้สร้างข้อขัดแย้ง

เธอสวนกลับทันที
สถานะเป็นหรือตายของคินโซ เริ่มต้นเหมือนกันทั้ง 4 เกม ในเกมที่ 4 ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
แบทเลอร์โจมตี ให้ยืนยันว่า "คินโซมีชีวิตเมื่อเริ่มต้นทุกเกม"

เธอปฏิเสธที่จะยืนยันมัน เธอจะไม่ตอบ ไม่ตอบด้วยสีแดงตามต้องการ
ระหว่างนั้น เห็นเงาของคินโซขวางทางไว้ เหมือนปกป้องเบียทริซ
ปรากฏเป็นภาพเหมือนมังกรสีดำต่อหน้าเขา
ถึงจะมาก่อกวนแบทเลอร์ก็จริง แต่ไม่ทำให้เขาสะทกสะท้านใดๆ

เขากล่าวลาวิญญาณของปู่ก่อนที่จะโจมตีใส่เขา
ทฤษฏีของชั้น คือ ชื่อของคินโซส่งผ่านไปในฐานะหัวหน้าตระกูลอุชิโรมิยะ
อุชิโรมิยะ คินโซ ตายไปแล้ว เขาส่ง "ชื่อนั้น" ไปให้ใครสักคน ! ทุกคนรู้เรื่องนั้น !!
นั่นคือ "ทุกคนที่พบในงานชุมนุมของครอบครัว รู้ว่านั่นคือ คินโซ"
ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าเป็นปู่ เพราะว่าทุกคนรู้ว่านั่นคือ "คินโซ" คนใหม่ !
ดังนั้น ไม่มีใครที่จะเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนๆ นั้น !!
ตราบเท่าที่ทฤษฏีนี้ไม่ถูกปฏิเสธ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความจริงว่าปู่ตายแล้ว !!!

การโจมตีครั้งสุดท้าย และให้ยืนยันว่า "คนทั้งหมดที่นั่น ไม่มีใครที่มีหลายชื่อ"
วิญญาณคินโซตอบไม่ได้ แล้วถูกโจมตี

"ขอให้หลับสงบสุข ตาแก่ ขอบคุณชั้นซะ สุดท้ายปู่ก็ได้ตาย นี่เป็นบทสวดส่งวิญญาณ ฟังมันแล้วไปให้พ้น!!"
อุชิโรมิยะ คินโซได้ตายไปแล้ว! ใช่แล้ว ปู่น่าสมเพช เพราะว่าเมื่อพบศพ มันถูกเผาทั้งร่าง
มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้ไม่รู้ว่าตายตอนไหน!! และปู่ส่งชื่อนี้ไปให้ใครสักคน
"คินโซ" สามารถปรากฏในงานชุมนุมครอบครัวได้ !!!

เป็นไงล่ะ ? นี่เป็นการรุกฆาตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต!!

ลิ่มแหลมสีฟ้าเป็นโหล พุ่งใส่ผีคินโซ โจมตีเป็นชุดไม่เปิดโอกาสให้ฟื้นสภาพ
"เบี..ย ...ทริ...ก"  
เบียทริซกล่าวของคุณคินโซสำหรับทุกอย่าง ขอให้หลับอย่างเป็นสุข เขาจะไม่ลืมช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเขา
ร่างมังกรดำก็สลายเป็นดอกไม้สีทอง เหมือนพายุทองคำแล้วหายไป
ถึงจะตายไป เขายังสู้เพื่อความต้องการของหญิงที่เขารัก
..... ความรักของปู่และความบ้านั้น ไม่ต้องสงสัย มันเป็นของจริง.....!!

แบทเลอร์ยังคงสู้ต่อ ถึงเบียทริซทำหน้าไม่พอใจ เธอยังคงดึงลิ่มสีฟ้าที่เท้าไม่ได้
หลังพูดกันนิดหน่อย จากนั้นแบทเลอร์ก็โจมตีต่อ
ความตายของจอร์จและเจสซิก้าในเกมที่ 4 ยังอธิบายได้ด้วยคนผิด X !!, คนที่หนีมาจากดันเจี้ยนทั้ง 5 แล้วถูกฆ่า, อีกสองคนในห้องเก็บของสวนดอกกุหลาบ รวมทั้งมาเรียนั้น อธิบายได้ด้วยคนที่ 18 X !! ไม่มีอะไรที่แปลก !!
ทุกอย่างเป็นฝีมือของมนุษย์ ...... นี่เป็นการรุกฆาตอีก เบียทริซหนีไม่ได้ มันแทงร่างของเธอ

เธอพยายามดึงมัน เธอร้องด้วยความเจ็บปวดและน้ำตาเริ่มรินไหล
เบียทริซจึงตอบโต้ครั้งสุดท้าย
เธอจะเลือกในเกม 2 ตอนที่ซ่อมมาสแมลโร่ด้วยเวทมนตร์ แต่ก็รู้สึกว่าพยานน้อยเกินไป
เธอจึงจะเลือกเกมสุดท้าย ตอนที่เรียกพวกนั้นมาโจมตีด้วยเวทมนตร์มีคนเห็นจำนวนมาก

".......อับ..........." (Stalemate ใช้ในกระดานหมากรุก กรณีที่ไล่แล้วให้จบเกมไม่ได้ ผลจะกลายเป็นเสมอ)
เบียทริซไม่เข้าใจ
เขากล่าวถึงเรื่อง "เวทมนตร์มีจริงเพราะเวทมนตร์มีจริง" ตัวเขาเชื่อเรื่อง Braun Tube ที่เคยพูดกัน มันใช้โต้แย้งไม่ได้
ไม่ว่าจะมีคนเห็นพวกนั้นมากแค่ไหน มันก็พิสูจน์ไม่ได้
ไม่ว่าแสดงมากแค่ไหน ตัวเขาสามารถมองข้ามมันแล้วบอกสิ่งที่ทำโดยมนุษย์ มันปฏิสเธไม่ได้
ชั้นเข้าใจผิดงั้นเหรอ ?

หลังพูดจบ ลิ่มสีฟ้าเล่นงานมือของเบียทริซอีก
เมื่อเขาพูดเช่นนั้น สิ่งที่เหมือนเวทมนตร์ทั้งหมดจะอธิบายไม่ได้
เธอรู้ว่าเกมนี้ไม่ได้มีชัยชนะมาแต่แรก เธอรอเพียงวันที่พ่ายแพ้เท่านั้น
เธอเริ่มเกม ก็คิดว่ามีโอกาสชนะ แม้ว่าจะยาก แต่สักวันปฏิหารย์ต้องเกิดขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวเธอได้เสียปฏิหารย์นั้นไปแล้ว
เธอสู้เพื่อรอวันที่แบทเลอร์จะฆ่าเธอเท่านั้น

เธอมองไปที่ตาของเขา สิ่งที่อยู่ในแววตาไม่ใช่เธอ
แต่เป็นน้องสาวที่รอคอยเขากลับบ้าน ... และครอบครัวที่เขาต้องการได้กลับคืนมา สะท้อนในแววตา
เธอนึกถึงเกมที่ผ่านมา มันน่าสนใจ ถึงเธอจะหลอกเขาบ้างเป็นบางครั้ง
แต่ในช่วงเวลานั้น เราเข้าใจกันและกัน ....... เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากสำหรับเธอ
เธอควรจะให้เวลาแบบนั้นเดินต่อ กับแบทเลอร์คนนั้นตลอดไป

เมื่อถามว่ามันจบแล้วเหรอ เธอเงียบไป
ฝนเริ่มโปรยปรายในโลกนี้
เขาจึงถามอีกครั้ง แต่เขารู้ว่าเธอไม่ยอมใครง่ายๆ ถึงจะบาดเจ็บสาหัสก็เถอะ
แต่เมื่อเธอพูด แบทเลอร์กับมองว่าไร้ประโยชน์ และให้สู้ต่อ
เธอพูดเหมือนพยายามจะยุติเกม แต่เขายอมไม่ได้ เขามีสิ่งที่ต้องทำต่อ

หลังจากปะทะคารมกันสักพัก ฝนและฟ้าคะนองหยุดลง
เบียทริซเอาลิ่มสีฟ้าที่แทงทะลุอกเธอออก และมันหายไป สิ่งที่แทงตรงเท้ายังคงอยู่
มันเป็นความจริงเรื่องคนที่ X คนที่ 18

เบียทริซตอบสิ่งที่เขาเคยขอให้ตอบ
คินโซตายไปแล้ว เมื่อเริ่มต้นทุกเกม !
อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่าเอาคนๆ นึงออกไป
ก่อนหน้านั้น ชั้นประกาศว่าไม่มีคนมากกว่า 18 คนบนเกาะ ชั้นจะลดคนนึงสำหรับคินโซ !!
ไม่มีมากกว่า 17 คนบนเกาะ !! ไม่มีคนที่ 18
พูดสั้นๆ คนที่ 18 "X" ไม่มีตัวตน มันส่งผลต่อทุกเกม !!!


สีหน้าแบทเลอร์ยังคงไม่เปลี่ยน ยังเข้มแข็งโดยไม่สั่นคลอน และจะสู้ต่อ
ลิ่มสีฟ้าที่ขาก็ถูกทำลายลง ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแทงเบียทริซแล้ว รวมทั้งรอยแผลบนร่าง
เธอตั้งใจที่จะสู้ต่อเช่นกัน ไม่มีการหนีอีก

แบทเลอร์โจมตี เริ่มต้นโดยราตรีแรก ของเกมแรก
ไม่มีอะไรแปลกกับการฆ่า 6 คนที่พบในห้องเก็บของที่สวนแต่แรก! การฆ่าเป็นไปได้สำหรับทุกคนที่ไม่มีพยาน !!
เบียทริซเริ่มต่อเกี่ยวกับห้องต่อไป ของฮิเดโยชิและเอวา
ทั้งคู่ถูกฆ่าโดยคนอื่น! ไม่ได้เกิดกรณีที่ว่า ฆ่าอีกคนแล้วฆ่าตัวตายตาม นอกจากนั้น ฆาตรกรที่ฆ่าทั้งสอง ฆ่าในระหว่างที่กำลังอยู่ในห้องเดียวกัน ไม่มีวิธีที่ควบคุมการฆ่าจากนอกห้อง
แบทเลอร์พูดต่อเนื่อง
สมมุติว่าคนผิดเป็นมนุษย์ที่ไม่มีพยาน อีกนัยหนึ่ง คนที่ตาย 6 คนแรก มีบางคนที่ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะว่าหน้าถูกทำลาย เป็นไปได้ที่จะมีศพปลอม และคนผิด X ที่ฆ่าทั้งสองแกล้งเป็นเหยื่อแล้วหนีออกมา ! ดังนั้นห้องปิดตายนี้จึงถูกสร้างขึ้น คนผิดฆ่าใต้เตียงแล้วรอจนกว่าพวกเราออกจากห้อง

เบียทริซบอกว่าเยี่ยม แล้วพูดถึงในห้องต่อไป กรณีของคานอน
ผู้รอดชีวิตทุกคนมีพยาน รวมถึงคนตายด้วย หรือพูดในอีกแง่หนึ่ง ไม่ว่าคนเป็นหรือคนตายก็ไม่ได้มีใครฆ่าคานอน ! คานอนไม่ได้ฆ่าตัวตาย
แบทเลอร์
ถ้าไม่มีใครฆ่าเขา ยังมีโอกาสที่จะฆ่าได้ !! หมายความว่า เขาอาจจะฆ่าตัวตาย
ยืนยันซะ ! "คานอนไม่ได้ฆ่าตัวตาย" ! ............. เบียทริซตอบ
คานอนไม่ได้ฆ่าตัวตาย
ต่อจากนั้น ยืนยันซะ "ความตายของคานอนไม่ได้มาจากฆาตกรรม"
เบียทริซ ปฏิเสธที่จะยืนยัน
แบทเลอร์บอก เนื่องจากเขาประกาศว่าไม่มีใครฆ่าเขา ดังนั้นไม่ใช่การฆาตกรรม เหมือนกับห้องปิดตายในเกม 3
คานอนคุง ตายเพื่อเหตุผลบางอย่างที่ไม่ว่าจะฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม รายละเอียดไม่ปรากฏ แต่เขาตายเพราะอุบัติเหตุ
เนื่องจาก Devil's Proof ชั้นปฏิเสธที่จะอธิบายถึงรายละเอียด ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซึ่งมีดปักอกของเขา


เบียทริซทำหน้าหนักใจ ที่พูดนั้นมันยอดเยี่ยม ต่อจากนั้นเธอพูดถึงห้องปิดตายของมาเรีย
มาเรียผู้ที่อยู่ในห้องเดียวกัน ไม่ได้ฆ่าพวกนั้น! และทั้งสามนั้นไม่ได้ฆ่าคนอื่น!
แบทเลอร์ตอบทันที
เราอธิบายได้ว่ามีใครสักคน แสดงเป็นถูกฆ่าโดย X แล้วซ่อนตัวโดยใช้ศพที่ระบุไม่ได้
ทั้ง 3 ถูกทำลายใบหน้า มันเป็นไปได้ที่ว่าใครสักคนจะเป็นศพปลอม

เบียทริซโต้กลับ
เรื่องศพที่ไม่สามารถยืนยันได้ ตัวตนของพวกเขาถูกยืนยัน ดังนั้น ไม่มีทริกเรื่องศพปลอม!
แบทเลอร์กล่าวต่อ
เธอสามารถอธิบายมันด้วยการฆ่าพร้อมกัน แต่ละคนถือปืน แล้วเล็งใส่กันเอง จากนั้นก็ยิงหน้าของแต่ละคน!
หลังจากนั้น มาเรียเก็บปืนพวกนั้น แล้วซ่อนมันไว้ !!


เบียทริซแสดงสีหน้าตกใจกับวิธีคิดแปลกๆ แบบนั้น แต่เธอชอบมัน
แล้วเริ่มห้องสุดท้ายของนัตสึฮิ
นัตสึฮิถูกฆ่าโดยคนฮื่น! ทั้งศพที่ยืนยันไม่ได้ และผู้รอดชีวิตทุกคนบนเกาะ มีพยานรู้เห็น
แบทเลอร์สวนกลับ
เธอสามารถอธิบายมันได้ โดยการไม่ได้ฆ่าโดยตรง อย่างเช่น กับดัก X! มีกลไกลบางอย่างกับปืนที่นัตสึฮิถือ
เธออธิบายมันได้ถ้ามันเป็นปืนกับดัก มันสร้างให้ยิงใส่หน้าผากคนที่ถือแล้วเหนี่ยวไก

เบียทริซตอบโต้
กระสุนที่ฝังที่หน้าผากของนัตสึฮิ ไม่ได้ถูกยิงจากปืนของนัตสึฮิ
แบทเลอร์สู้ต่อ
มีความเป็นไปได้ที่ป้านัตสึฮิจะถูกล่อลวงโดยคนที่เขียนจดหมายที่ไม่รู้เนื้อหานั่น! และถูกเรียกมาที่ห้องโถง
ดังนั้น เธอถูกบังคับให้ยืนในตำแหน่งและเวลานั้น แล้วถูกฆ่าโดยกับดัก X ที่ซึ่งใช้ปืนที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า


เมื่อเบียทริซตอบว่ามันยอดเยี่ยม และให้เขาชนะในเกมแรก ด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้น ความจริงสีฟ้าพุ่งเป็นมีดจำนวนมากทะลวงอกเธอ
เธอพยายามฝืนเพื่อจะเริ่มเกมที่สองต่อทั้งที่บาดเจ็บหนัก

เมื่อถูกพูดยั่วยุ แบทเลอร์จึงโจมตีต่อโดยไม่สนใจเธอ
ใครบางคนยืมกุญแจของมาเรีย และส่งมันกลับในกระเป๋าของมาเรียหลังจากก่อคดี !!
เบียทริซ : ตั้งแต่แรก กุญแจของมาเรียที่ได้รับ จนกระทั่งโรซ่าเปิดมันออกในวันต่อไป
มันไม่เคยถูกส่งผ่านให้กับมือใครทั้งนั้น

แบทเลอร์ : เป็นไปได้ที่ประตูมีระบบล็อคอัตโนมัติ เหมือนห้องค้นคว้า พูดในอีกนัยหนึ่ง มันเปิดออกก่อนที่จะเกิดการฆาตกรรม แล้วด้วยก้อนหินหรืออะไรสักอย่างที่ทำให้มันไม่ได้ปิดโดยสมบูรณ์ จากนั้นให้กุญแจกับมาเรีย เพราะว่ามันล็อคอัตโนมัติ มันเป็นความเป็นไปได้ที่จะทำโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
เบียทริซ : ไม่มีประตูที่มีระบบล็อคอัตโนมัตินอกจากห้องของคินโซ
แบทเลอร์ : เหยื่อล็อคประตูจากด้านใน หนึ่งใน 6 คนนั้นเป็นฆาตกร แล้วฆ่าอีก 5 คนที่เหลือ จากนั้นแกล้งเป็นฆ่าตัวตาย !!
เบียทริซ : ตอนที่พบศพทั้ง 6 ทุกคนตายแล้ว ทั้งหมดถูกฆ่าโดยคนอื่น ทุกคนเป็นเหยื่อจริง โดยไม่ได้เกี่ยวพันกับการฆาตกรรม และไม่มีการฆ่ากันเอง
แบทเลอร์ : คนอย่างเช่นป้าคุมาซาวะ ในเวลานั้นที่ไม่ได้อยู่ด้วย ถ้าเราสมมุตว่าบางคนซ่อนตัวอยู่ข้างใน ก็คงไม่มีปัญหา
เบียทริซ : ไม่มีใครซ่อนในโบสถ์ ดังนั้นการซ่อนตัวในห้องปิดตาย จึงเป็นไปไม่ได้

ดูเหมือนเกมที่สองนี้ แบทเลอร์จะไม่สามารถต่อสู้ได้ง่ายๆ ทั้งสีแดงและสีฟ้าเล่นงานกัน
แต่ถึงกระนั้นบาดแผลจากเกมแรกยังคงเล่นงานเบียทริซอยู่เรื่อยๆ
แบทเลอร์เริ่มหนักใจ ก่อนจะโจมตีต่อ
แบทเลอร์ : อาหารที่พวกเขากินเข้าไป อาจจะมีระเบิดเล็กๆ อยู่ มันระเบิดข้างในท้อง พูดอีกนัยหนึ่ง การฆาตกรรมนี้เกิดโดยกับดัก X! ระเบิดที่ซึ่งพวกเขากลืนเข้าไปโดยที่ไม่ได้สังเกตจนทำให้ท้องเปิดกว้างนั้นเป็น Devil's Proof เขาขอปฏิเสธที่จะชี้แจงรายละเอียด
เบียทริซหัวเราะกับสิ่งที่เขาพูด แต่ลิ่มสีฟ้ายังคงแทงเธออยู่ ดูท่าจะเจ็บ

เบียทริซกล่าวถึงห้องต่อไป เจสซิก้าและคานอน
แบทเลอร์ : ถ้าคนผิดเป็นหนึ่งในคนรับใช้ ที่ใช้มาสเตอร์คีย์ มันจะไม่ใช่ห้องปิดตาย
เธอพูดต่อ หลังจากนั้นที่มีคนลึกลับเหมือนคานอน ฆ่านันโจและคุมาซาวะ
ทั้งที่เธอเคยยืนยันเรื่องที่คานอนตายด้วยสีแดง ใครเป็นคานอนคนนั้น
แบทเลอร์ : ถ้าคานอนคุงตายด้วยการประกาศสีแดง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีชีวิต ดังนั้น มีโอกาสที่จะมีใครโจมตีกลุ่มนั้น โดยพวกนั้นเข้าใจผิดว่าเป็นคานอนคุง
เบียทริซ : พวกเขาไม่ได้มีใครเข้าใจผิดกับคานอนที่เห็น
แบทเลอร์ : เหมือนกับกรณีการส่งผ่านชื่อของคินโซ เป็นไปได้ที่ชื่อคานอนจะถูกใช้โดยใครสักคน สมมุติว่าคานอนถูกฆ่า แล้วคนอื่นได้รับสืบทอดชื่อนั้น แล้วคนนั้นโจมตีพวกเขา!!
เหมือนเสียงแตงโมแตก ลิ่มสีฟ้าพุ่งไปโจมตีเบียโตะจากด้านซ้าย

ถึงจะหัวเราะและพอใจกับที่เขาสงสัยในคนอื่น แต่เธอคงจะเจ็บปวดอย่างหนักจากบาดแผลเหล่านั้น
แบทเลอร์ประกาศเรื่องที่ข้อความสีฟ้ามีผลกับห้องสุดท้ายที่ตายใน 3 คน
เขาถามเรื่องการตอบโต้ของเธอ ไม่เช่นนั้น เกมที่สองเขาจะเป็นฝ่ายชนะ
เบียทริซประกาศให้เขาชนะในเกมที่สอง เธอถูกโจมตีซ้ำทันทีที่พูด
ลิ่มแหลมอีกสองอัน ทะลวงอกของเธอ

"เจ็บไหม ?"
เบียทริซสีหน้าเจ็บปวด แต่ยังบอกว่าแค่คันๆ เทียบกับตอนที่ฉีกร่างเขาของเขาไม่ได้
ร่างของน้องสาวก็เช่นกัน ที่เละเป็นก้อนเนื้อเหมือนเนื้อวัวและหมู
ทำให้เขาโมโห แล้วเริ่มกล่าวถึงเกมที่สามทันที

เนื่องจากทฤษฏีที่เคยพูดเกี่ยวกับคินโซที่ตายไปก่อน เขายังคงคิดทฤษฎีอื่นได้อีก
แบทเลอร์ : มีคนจำนวนมากที่สามารถก่อคดีได้นอกจากปู่ ! เธอสามารถอ้างว่าผู้ใหญ่ทั้งหมดในงานชุมนุมก่อคดีได้!
เบียทริซ : 5 มาสเตอร์คีย์ พบในกระเป๋าของคนใช้ทั้ง 5 กุญแจสำหรับห้องเฉพาะอยู่ในจดหมายของศพ ทุกกุญแจเชื่อมต่อกับห้องปิดตายที่ถูกปิด ถูกขังไว้ในห้องปิดตาย ไม่มีทางที่จะเอากุญแจออกจากด้านนอก โดยใช้วิธีแบบเอาจากช่องว่างของประตู หน้าต่าง หรือช่องระบายอากาศ
แบทเลอร์ : แล้วพวกเขาถูกฆ่าโดยแก๊สพิษ! ถึงไม่เปิดประตู แก๊สยังคงเข้าไปได้ใช่ไหม ? ฆาตกรทำมันจากด้านนอกประตู
เบียทริซ : ทุกคนถูกทำให้บาดเจ็บสาหัสเหมือนกับถูกยิงด้วยปืน การฆ่าจากนอกห้องเป็นไปไม่ได้ เมื่อทั้ง 5 คน นอกจากคินโซถูกฆ่า ฆาตกรก่อคดีในห้องเดียวกัน และทุกคนไม่ได้ฆ่าตัวตาย
แบทเลอร์ : หลังจากฆ่าแต่ละคนในห้อง คนผิดสร้างห้องปิดตายที่เชื่อมกัน แต่ฆาตกรไม่ได้คืนกุญแจในห้องสุดท้าย แต่ใช้วิธีให้คนแรกที่พบศพแกล้งทำเป็นหากุญแจ แล้วแสดงให้เห็นว่ามันถูกดึงออกมาจากกระเป๋าของศพ

ลิ่มสีฟ้าโจมตีเบียทริซอีกครั้งอีก สร้างความเสียหายอย่างหนัก
ทั่วร่างของเธอถูกแทงไปด้วยลิ่มสีฟ้า, มีดแซะน้ำแข็ง และคมดาบ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเลือดไหลไปทั่ว
แต่เธอก็ยังไม่หยุดที่ยั่วยุแบทเลอร์ โดยพูดถึงน้องสาว ทำให้เขาโมโห
รวมถึงเรื่องที่คิดจะพาน้องสาวเขาจากโลกอื่นมาทรมานก็ด้วยเช่นกัน

ตอนนี้ เขาทำลายความลับของทั้งสี่เกมด้วยความจริงสีฟ้าแล้ว เหลือเพียงในเกมที่ 3 คนที่ฆ่าดร.นันโจ
เพราะว่าเหลือเพียงไม่เกิน 17 คนบนเกาะตามที่ประกาศ ทำให้ทฤษฏีเก่าใช้ไม่ได้
แบทเลอร์ใช้เวลาตอบโต้การยั่วยุของเบียทริซ และคิดถึงความเป็นไปได้อยู่นาน ก่อนที่จะเริ่ม
แบทเลอร์ : อย่างไรก็ตาม การตายของพวกเขาไม่ถูกประกาศด้วยสีแดงในเวลาที่ดร.นันโจ ตาย พูดตรงๆ มันเป็นช่วงระหว่างที่ชั้นสู้กับเอวาหลังจากศพดร.นันโจถูกพบ อีกความหมายหนึ่ง ถ้าใครสักคนยังมีชีวิตถึงตอนนั้น ดร.นันโจจะถูกฆ่าก่อนที่เอวาประกาศเรื่องคนตาย เธอสามารถเห็นช่องว่างนั้น!! อีกนัยหนึ่ง มันเป็นแบบนี้
ใครสักคนที่ถูกเอวาประกาศว่าตายนั้น อาจทำเป็นแกล้งตายก่อนหน้านี้ รอให้เราผ่านไปโดยไม่ได้ประกาศเป็นสีแดง เราจึงคิดว่าคนนั้นตายไปแล้ว จากนั้นก็ไปฆ่าดร.นันโจ...... แล้วค่อยตายด้วยเหตุผลบางอย่าง ! หลังจากนั้น เอวา ค่อยประกาศการตายด้วยสีแดง !!


หลังจากพูดแบบนั้น มีลิ่มแหลมจำนวนมากขึ้นจากพื้น หนาเหมือนท่องซุง ทะลวงร่างของเบียทริซขึ้นฟ้า

ฝนโปรยปรายลงมาระหว่างนั้น แบทเลอร์มองร่างของแม่มด
เธอบอกถึงเจ็บปวด แบทเลอร์ยังคงไม่ได้เห็นใจเธอ
เบียทริซน้ำตาซึม แล้วบอกขอร้องบางอย่างจากเขา
ตอนนี้เธอยังไม่สามารถตายได้ ต้องทำให้มันจบลง ..... ให้เขาปลดปล่อยเธอ จากความเจ็บปวด
เขาสงสัยว่าจะให้ทำอะไร
เธอจะมอบหัวใจของเธอให้เขาทำลาย  ...... ต้องการให้ฆ่าเธอ
ให้รีบฆ่าเธอแล้วไปหาน้องสาวของเขา ถึงแบบนั้นแบทเลอร์ต้องการฟังคำปรารถนาสุดท้ายของเธอก่อน

เบียทริซประสานมือยื่นไปด้านบน อัญเชิญของบางอย่างไว้ในนั้น
 มีแสงสีแดงในมือทั้งสอง ....... นั่นคือ หัวใจของเธอ
เธอต้องการให้เขาทำลายมัน

เมื่อทำแบบนั้น แสงข้างหนึ่งในมือขวาหายไป เหลืออีกข้าง
ร่างของเธอเปลี่ยนไป เป็นโปรงใส จากนั้นพูดกับเขา

เบียทริซ : อุชิโรมิยะ แบทเลอร์ ตอนนี้ ชั้นจะฆ่านาย
แบทเลอร์ : แล้ว ?
เบียทริซ : ......... และตอนนี้ ไม่มีใครนอกนายบนเกาะ คนที่มีชีวิตบนเกาะเหลือเพียงนาย ไม่มีใครนอกเกาะที่จะยุ่งเกี่ยวได้
แบทเลอร์เข้าใจ นี่เป็นปริศนาสุดท้ายของเบียทริซที่ทำให้เป็นแม่มดได้
เธอบอกเรื่องนี้แก่เขา ให้ไขปริศนานั้น ....... แล้วฆ่าเธอ........
แบทเลอร์ : มาสิ ...... ชั้นจะรับ.... ปริศนาสุดท้ายนั่น
เบียทริซ : ..............นายเหลือเพียงคนเดียวในเกาะแห่งนี้ และแน่นอนชั้นไม่ใช่นาย ชั้นอยู่ที่นี่ ตอนนี้ และจะฆ่านาย
แบทเลอร์ : เหมือนเป็นปริศนาอีกขั้น ของกรณีที่ฆ่าดร.นันโจสินะ ..... แล้ว.......?

เบียทริซเงียบไปสักพักก่อนจะพูดข้อความสุดท้ายด้วยสีหน้าของความเศร้า
เบียทริซ : ........ชั้น....เป็น...ใคร......?
แบทเลอร์ : นั่นเป็นคำถามสุดท้ายงั้นเหรอ ?
"........ชั้น....เป็น...ใคร......?"
แล้วเบียทริซก็ค่อยๆ เข้ามาหาเขา โดยที่ไม่แสดงความรู้สึก .......... กอดแบทเลอร์

แบทเลอร์ : ...... ใช่ ชั้นเข้าใจแล้ว เบียโตะ ชั้นจะ......ฆ่าเธอ ไม่ต้องกังวล
ตัวเขาค่อยๆ ใช้มือสัมผัสหัวของเธอ
..............จากนั้น เขาในฐานะตัวหมาก ก็ออกจากเกมกระดานนั้น...........

<ขึ้นรายชื่อตัวละคร>

* แบทเลอร์ตายในคืนสุดท้าย ใน TIP อธิบายว่า สุดท้ายถูกปีศาจกินทั้งร่างลงไปในนรก ซึ่งสำหรับแม่มด นรกแห่งนั้น คือ แดนทองคำ
* แองจี้ถูกระบุว่าตายในปี 1998
* จบแบบขึ้นรายชื่อและวันที่ตายคล้าย Episode 3 ช่วงท้าย ไม่มีคำลงท้ายถึงผู้ชนะของเกมในผลสรุปของเกมที่ 4 มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
* เซียสต้า 556 ที่เซียสต้า 00 เคยกล่าวถึงในเรื่อง ยังไม่มีบทใน Episode 4 .... ถ้าดูใน TIP จะเป็นเด็กสาวผมดำสั้นเป็นที่รักของทุกคน เธอถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ จากการต่อสู้ของแม่มดดำ

 

 

 

 

 

Hidden Tea Time

สถานที่ : ไม่ปราฏ อยู่ในคาเรร่าที่ 5610984236153928423602349852639

บนเตียงใหญ่ที่มีขนมหลากสี และช็อคโกแลตรูปเหรียญ
ห้องนั้นตกแต่งด้วยหลากสีสรร
เบิร์นกัสเทลนอนคว่ำหน้าบนเตียง ส่วนแลมบ์ด้าเดลต้านอนหงายกอดหมอน
ทั้งคู่คุยกันอย่างผ่อนคลาย

แลมบ์ด้าบอกตกใจช่วงที่เบียทริซจะยกเลิกเกม
เบิร์นจึงบอกว่าเป็นแม่มดที่ไร้มารยาท ที่เริ่มเกมแล้วโยนมันทิ้ง
แล้วพูดกันเรื่องที่เบิร์นให้แองจี้มาร่วมเกม เป็นตัวหมากที่มีค่า
จากนั้นก็พูดเรื่องระหวางแบทเลอร์และแองจี้ (พูดถึงซากเนื้อของแองจี้้ที่น่ากินด้วย)

เป็นการดีที่ตั้งกฏเรื่องห้ามบอกชื่อไว้ ถ้าพี่น้องร่วมกัน คงเอาชนะเบียโตะง่ายๆ
แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่เธอทำก็ทำให้เกมไม่หยุด ต้องขอบคุณแองจี้

แลมบ์ด้ายังบอกว่า แบทเลอร์ไม่ได้แก้ไขปริศนาได้เลย ไม่ได้เข้าใกล้ความจริงเสียด้วยซ้ำ!
ถ้าเบียทริซคิดสักนิด เธอจะสามารถใช้สีแดงตอบโต้ได้ง่าย

แลมบ์ด้ายกตัวอย่าง ไม่ใช่สีฟ้าทุกอย่างที่ส่งผล อย่างที่เบียโตะเคยบอก
ตัวตนของศพที่ไม่สามารถยืนยันได้ การันตีว่าใช่ตัวจริง
มันทำลายทฤษฏีที่ว่าใครบางคนใช้ศพปลอม แล้วไปฆ่าเอวากับฮิเดโยชิ  
แลมบ์ด้ายังขำเรื่องที่คานอนตาย อุบัติเหตุแบบไหนที่เอามีดไปปักอกคานอนแบบนั้นได้
คานอนไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ!
เรื่องที่ทั้ง 3 เล็งปืนเข้าหากันในห้องรับแขก แล้วยิงกันเองก็ด้วย
เกนจิ, คุมาซาวะ และนันโจ ไม่ใช่ฆาตกร
กับดัก X ที่ฆ่านัตสึฮิอีก
สิ่งที่ยิงนัตสึฮิไม่ใช่กับดัก มันเป็นการยิงโดยฆาตกรด้วยปืนที่ยกขึ้นแล้วเหนี่ยวไก!
เบิร์นบอกไม่ควรพูดแบบนั้น เพราะเด็กคนนั้นทำเหมือนกับว่า สะท้อนกระสุนกลับไปแล้วยิงเธอ

ต่อจากนั้น แลมบ์ด้าพูดเกมที่สอง
เมื่อทั้ง 6 ถูกฆ่าในโบสถ์ ฆาตกรก็อยู่ในโบสถ์ด้วย
กับดัก X ระเบิดในท้อง แบบในนิยายสืบสวนแปลกๆ มีด้วยเหรอ ?
นันโจกับคุมาซาวะถูกฆ่าอีก ใครบางคนสืบทอดชื่อคานอน
เพียงคนเดียวที่อ้างชื่อคานอนได้ คือตัวเขาเองเท่านั้น! คนอื่นไม่สามารถอ้างชื่อเขาได้ !
ทฤษฏีที่ยืมกุญแจจากโรซ่าเพื่อเข้าห้องนัตสึฮิก็เหมือนกัน
หลังจากมาสเตอร์คีย์อยู่ในมือโรซ่า ไม่มีใครได้มันไปจากเธอ! ยกเว้นตอนที่เธอให้แบทเลอร์ยืมเพื่อปลดล็อคห้องของนัตสึฮิเท่านั้น
เบิร์นบอกว่า ถ้าไปแย้งแบทเลอร์ในเกม 1 และ 2 แบบนั้น คงทำให้เขาคลั่งแน่ๆ

แลมบ์ด้าบอกต่อว่าเธอเหมือนนักแสดงหญิงที่ยอดเยี่ยม
เบิร์นสงสัยเรื่องที่บอกให้ "ฆ่าชั้น" และปริศนาสุดท้ายที่ทิ้งไว้ เธอจะหยุดเมื่อไขปริศนาได้ไหม
แลมบ์ด้าบอกเธอถูกหลอกด้วยงั้นเหรอ ? เบียโตะยังคงสู้ได้
แล้วบอกว่าสังเกตไหมว่า ทำไมช่วงนั้นมีเพียงมือขวาของเธอที่ร่วงลงมา ?
เบิร์นเข้าใจ เพราะแลมบ์ด้าบอกมันแล้ว................ถึงความหมายของมัน
แลมบ์ด้าบอกต่อ เด็กคนนั้นยังคงมีตาเดินที่ซ่อนอยู่อีก และไม่มีปริศนาใดถูกไข
เธอเชื่อว่า แบทเลอร์จะถูกหลอกด้วยการแสดงของเบียโตะ น้ำตาของสตรีเพียงหยดเดียวหลอกผู้ชายได้

แลมบ์ด้าจะสนับสนุนเธอ เบียโตะจะไม่แพ้ แล้วจะขู่เธอด้วยเกมลงโทษ
เบิร์นบอกเกมลงโทษของเธอไม่ค่อยดี ควรทำให้ง่ายขึ้นอีกหน่อย
แลมบ์ด้าบอกเรื่องเกมลงโทษต่อไป ถึงเบิร์นจะไม่อยากฟัง
เธอจะล็อคเบิร์นในปราสาทที่สวยงาม มีกำแพงหนา 12 กิโลเมตรในแต่ละด้าน สูง 10 เมตร
เวทมนตร์และทริกถูกห้าม! เธอไม่สามารถกระโดดออกมาได้
เบิร์นบอก 1,440,000,000 คิวบิคเมตร ? เธอรู้แล้วว่าจะพูดอะไร
แลมบ์ด้าจะฝังอัญมณีทุกวัน วันละเม็ด แล้วขังเบิร์นไว้ จนกว่าปราสาทจะเต็มไปด้วยอัญมณี แล้วเบิร์นจะตายด้วยอัญมณี มันเป็นเกมที่โรแมนติกไหม ?
เบิร์นตอบ ถ้าคูณความยาวกำแพงสัก 5 เท่า แล้วลดความสูงเหลือ 1 ใน 10 เธอจะไม่สนใจถ้าขังเธอไว้ณ. ตอนนี้
แลมบ์ด้าแสดงท่าทางดีใจ มันเท่ากับ 3,600,000,000 คิวบิคเมตร ระยะเวลาเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า เธอจะขังไว้ได้นานขึ้น เธอบอกว่าชอบเบิร์น และรักเธอ
แลมบ์ด้ายังทำเป็นจับใต้คางของเบิร์น เหมือนกับแหย่แมวอยู่
(Comment : เผื่อไม่เข้าใจเหมือนแลมบ์ด้า ถึงจะความจุมากขึ้น แต่ความสูงกำแพงเหลือ 1 เมตร คงจะตายอยู่หรอกนะ -_-')

แลมบ์ด้าพูดต่อ....... เบิร์นพนันว่าแบทเลอร์จะชนะ แลมบ์ด้าพนันว่าจะเสมอตลอดไป
ไม่มีใครพนันว่าเบียโตะจะชนะเลยงั้นเหรอ ?
เบิร์นตอบว่า โอกาสชนะของเธอเป็น 0 ไม่ใช่เหรอ
แลมบ์ด้าหัวเราะที่ได้ยินแบบนั้นจากปาก แม่มดแห่งปฏิหารย์ ที่บอกไม่มีโอกาสเกิดปฏิหารย์
ก็ไม่ต่างจากแม่มดแห่งความมั่นคงแบบแลมบ์ด้าเหมือนกัน
ทั้งสองหัวเราะคิกคักด้วยกัน

ทั้งสองไม่มีใครทายได้ว่าเกมจะจบลงเมื่อใด แต่มันก็ยังสนุก
จะไม่ให้หนีหรือพักเกมอีกแล้ว จะยังคงเกมไปเรื่อยๆ ไม่ให้พวกนั้นหนีไปไหน
ถึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจบแน่นอน
คิดถึงเรื่องนั้น ไม่มีใครพนันด้านเบียโตะเลย
เหมือนกับว่าเบียโตที่ตั้งใจจะชนะ ก็เหมือนสู้กับแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 ในฐานะศัตรู
ราวกับแม่มดทั้ง 3 กำลังเดิมพันกันคนละด้านอยู่

แต่ถึงกระนั้น เด็กคนนั้น (เบียโตะ) ก็เหมือนตุ๊กตาของพวกเธอ
จะคงอยู่ตลอดไป ก็เพราะแลมบ์ด้า
จะพ่ายแพ้และถูกทำลาย ก็เพราะเบิร์น
โอกาสที่เบียโตะชนะนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้

เบิร์น ประกาศในฐานะแม่มดแห่งปฏิหารย์
แลมบ์ด้า ประกาศในฐานะแม่มดแห่งความแน่นอน
"เบียโตะไม่มีทางชนะแน่นอน และปฏิหารย์จะไม่มีทางเกิดขึ้น"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.............!!"

 

 

 

* เบิร์นเปลี่ยนสีหน้าเป็นครั้งแรก ปกติจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บนสีหน้า



(จบ Umineko no Naku koro ni ~ Episode 4 : Alliance of the Golden Witch)

*** Episode 5 วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ช่วงกลาง - ปลาย เดือนสิงหาคมนี้ ***