Tea Time และ ??? (Episode 3)

posted on 02 Feb 2009 19:29 by umineko
Tea Time

เบียทริซ (เบียโตะ) ดูจะสนุกกับตัวหมากของ Bernkastel ที่ปรากฏมาตอนท้ายเรื่อง
เบิร์นก็ยอมรับว่าเธอหาหมากที่เหมาะสมกับเกมมา
แลมบ์ด้าดูจะไม่พอใจ ที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
เมื่อให้เบียทริซบอกเธอ เบิร์นก็ค้านว่าไม่ให้เแลมบ์ด้ารู้จะดูสนุกกว่า
เบียทริซเลยแกล้งไม่บอกแลมบ์ด้า ทำให้แลมบ์ด้าดื้อดึงที่อยากให้บอก โดยจะแลกกับความลับพิเศษที่เธอมี
ถึงทำท่าจะไม่บอกก่อน แต่แลมบ์ด้าก็หลุดปาก พูดเรื่องซานต้ามีตัวตน
แต่เบิร์นกับเบียทริซก็คุยเรื่องนี้ราวกับลอร์ดซานต้าคลอส เป็นอย่างดี
ทำเอาแลมบ์ด้าหน้าแตกไป เมื่อเบิร์นจะขอตัว เพื่อเตรียมเกมต่อไป แลมบ์ด้าก็จะบอกอีกความลับ

ทำเอาเบียทริซสนใจเหมือนกัน แต่แลมบ์ด้าก็แค่พูดถึงค้นร้าย ที่มีสิ่งบ่งบอกว่าเธอ คือ อุชิโรมิยะ เอวาจริง (เป็นมุกเล่นคำญี่ปุ่น ประโยคคำพูดของเอวาเบียทริซ ที่ใช้บ่อยๆ ว่า Shinjaeba มีคำว่า "เอบะ" ในข้อความ พ้องเสียงกับชื่อ "เอวา")

เบิร์นก็ดูจะไม่สนใจความลับของเธอ แล้วบอกให้เบียทริซเล่นกับแลมบ์ด้าไปก่อน

เมื่อเห็นแลมบ์ด้ายกเรื่องที่เธอบอกความลับไปแล้ว
เบิร์นเลยบอกความลับพิเศษว่าต้องเป็นยังไง
เธอจะบอกคนผิดในเกมที่ชื่อว่า "Higurashi no Naku Koro ni"
แลมบ์ด้าตกใจ แล้วรีบบอกว่าอย่าเพิ่งบอก !! เธอยังคงเล่นมันอยู่ ... ( - -' )


ก่อนจากเบิร์นก็ชมชาดำ และติเรื่องขนม ที่เบียทริซเลี้ยง

แลมบ์ด้ายังคงถามเบียทริซต่อ เมื่อเบียทริซพูดเหมือนสนุกกับแลมบ์ด้า
.... คราวนี้แลมบ์ด้าแสดงท่าทางที่ไม่เคยปรากฏต่อหน้าเบิร์น ใบหน้าที่แสยะยิ้ม ....


เธอพูดว่าเธอสนับสนุนเบียทริซเพื่อต่อกรกับเบิร์น ถึงเบียทริซจะสร้างเกมที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแพ้
แลมบ์ด้ายังพูดอีกว่า เธอดูแลเบียทริซอยู่ ถ้าเธอยกเลิก เบียทริซจะกลับไปเป็นมนุษย์ และเป็นได้เพียงแม่มดจำแลงเท่านั้น
เบียทริซเริ่มตอบรับเสียงสั่น
แลมบ์ด้ายังอธิบายอีกว่า ถ้าเบิร์นอยู่รอบๆ เธอยังพออภัยให้เบียทริซได้ แต่จะไม่ยอมเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าเบิร์น
เบียทริซติดหนี้แลมบ์ด้าอยู่ด้วย
เบียทริซยังมั่นใจกับบอร์ดเกมของเธอที่สมบูรณ์แบบ แต่แลมบ์ด้าเห็นว่าตัวเบียทริซยังไม่สมบูรณ์
แลมบ์ด้ายังพูดต่อ จนเบียทริซลาจากไป

แลมบ์ด้ายังบอกว่ารักเบิร์น และอยากเห็นเธอในกรงของเบียทริซ

 

??? (Hidden Tea Time) 

12 ปีต่อมา

4 ตุลาคม 1998
ในห้องของโรงพยาบาล เอวา นอนอยู่ที่นั่น โดยมีชายชุดดำเป็นการ์ดส่วนตัวของเธอรอที่หน้าผ้าม่าน
พวกสมุนของเธอถามว่าแองจี้ต้องการพบเธอ เอวาไม่พูดอะไรเพราะเธอเป็นคนที่เรียกแองจี้มาเอง
หญิงสาวในชุดนักเรียนมาที่เตียงของเอวา

หน้าของเอวาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์เมื่อพบแองจี้ ส่วนทางแองจี้ก็เช่นกัน ....เอวาให้ลูกน้องเธอออกไปก่อน


แองจี้เห็นอบอ้าวและมืด จึงเสนอที่จะเปิดหน้าต่าง
เอวาก็พูดโต้ว่า จะให้นักฆ่าที่เธอจ้างมา ยิงจากหน้าต่างเหรอ
แองจี้ก็ปรารถนาที่จะจ้างคนมาฆ่าป้าเอวาเหมือนกัน
ดูจะเป็นการสนทนาที่ดูผิดปกติระหว่างหลานสาวและป้า แล้วก็ดูเหมือนจะไม่ได้พูดเล่นๆ เสียด้วย

คนที่สืบทอดมรดกมีเพียงเอวา และแองจี้
แองจี้รู้เรื่องทอง 10 ตัน ถ้าเธอตาย สมบัติอาจตกไปญาติฝั่งแม่ของเธอ (คิริเอะ)
เอวาเกลียดแองจี้มาก แทนที่สมบัติหลังที่เธอตายจะเป็นของจอร์จ แต่กลับเป็นของแองจี้
เธอบังคับให้แองจี้ไปโรงเรียนพิเศษ ตั้งใจให้เธอทุกข์ทรมาน และเก็บเธอราวกับสัตว์เลี้ยงไปจนตาย

แต่เอวาก็พ่ายต่อโรคที่รักษาไม่ได้ อายุเธอเหลือจำกัด เหมือนกับคินโซในงานพบปะระหว่างญาติพี่น้องเมื่อ 12 ปีก่อน
หลังจากได้รับมรดกและทอง เอวาก็ทำธุรกิจเหมือนกับคินโซ ใช้เงินจำนวนมากในการลงทุน
ทำให้มีคนเกลียด และเป็นศัตรูกับเธอมากยิ่งขึ้น ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา

เอวาบอกกับแองจี้ตรงๆ ว่าเธอเกลียดแองจี้ แองจี้ตอบว่าเธอก็คิดแบบเดียวกันกับเอวา
เอวารับไม่ได้ที่มรดกจะเป็นของแองจี้แทนที่จะเป็นจอร์จที่ตายไป
ก่อนหน้านั้น เอวาก็นำเงินมรดกที่มากมาย ไปกับศาสนาหรือลัทธิใหม่ เพื่อหาทางสงบ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก

เอวาตัดสินใจจะมอบโชคของเธอแก่แองจี้
เธอพูดต่อถึงเศรษฐกิจ และเรื่องต่างๆ ในญี่ปุ่น
จนไออย่างหนัก พวกการ์ดต้องมาช่วย แล้วค่อยให้การ์ดออกจากห้องไป


เอวาจะมอบคำสาปของทองคำ และมรดกของผู้นำตระกูลอุชิโรมิยะ
นั่นคือ นามของ "เบียทริซ" แก่แองจี้

แองจี้ปฏิเสธ เธออยากรู้ความจริงบนเกาะรคเค็นจิม่าในวันนั้น สิ่งที่เกิดกับครอบครัวของเธอ


แต่เอวาบอกว่าเธอจะไม่บอกเรื่องนี้ให้แองจี้รู้ พร้อมหัวเราะ
เธอตั้งใจจะเก็บความลับไว้ เพื่อให้แองจี้สงสัยตลอดไป

เอวาเป็นเพียงผู้รอดชีวิตคนเดียวหลังเหตุการณ์บนเกาะรคเค็นจิม่า ในปี 1986
มีข่าวลือด้านลบต่อเธอมากมาย และเชื่อว่าเธอเป็นผู้ต้องหา
แต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับเธอ เพราะเอวาติดสินบนเจ้าหน้าที่ได้
แองจี้ ลูกของรูดอล์ฟกับคิริเอะ อายุ 6 ขวบ เธอป่วย ไม่ได้ไปร่วมงานและอยู่กับญาติฝั่งแม่
เธอรอด เอวากลายเป็นผู้ปกครองเธอ แต่เอวาก็ให้แองจี้ใช้ชีวิตโดยปราศจากความสนุก ไม่มีแม้แต่เพื่อนสักคน


หลังจากนั้น แองจี้ขึ้นไปบนดาดฟ้า มองตึกสูงในยามราตรี
เธอยังคงคิดถึงเรื่องที่เธอไม่ได้ไปพร้อมกับครอบครัว ถ้าเธอไปด้วยคงจะดีกว่า
เธอนึกถึงหญิงสาวลึกลับในความฝันของเธอ เธอกล่าวถึงหญิงคนนั้น

หญิงสาวลึกลับปรากฏตัว กลางอากาศที่ว่างเปล่า
เธอคนนั้นกล่าวว่าต้องการช่วยเหลือ ครอบครัวของแองจี้เมื่อ 12 ปีก่อน


แองจี้จึงถามว่า ถ้าช่วยพวกเขาแล้ว เธอครอบครัวจะกลับมาหรือไม่ ?
หญิงลึกลับไม่สามารถสัญญาได้ เพราะศัตรูเป็นแม่มดทองคำ เบียทริซ แม้แต่ตัวของเธอเองก็ไม่อาจต่อกรได้
แต่สำหรับแม่มดแห่งทองคำคนสุดท้ายอาจทำได้ เธอหมายถึงแองจี้นั่นเอง (Ange Beatrice)

แองจี้ถึงรู้ว่า แม่มดทองคำเมื่อ 12 ปีก่อน เป็นคนสังหารครอบครัวเธอ
เด็กสาวที่ลอยกลางอากาศนั้น เสนอโอกาสที่จะล้างแค้นศัตรูของครอบครัวเธอให้
ถึงจะการันตีโอกาสชนะไม่ได้ก็ตาม เพราะเป็นเกมที่สมบูรณ์แบบ โอกาสชนะใกล้เคียงกับ 0 มาก

แองจี้ยอมรับคำชวนของเบิร์น แม้ว่าอาจจะไม่ได้กลับมาโลกนี้อีกก็ตาม
แองจี้ถามชื่อเด็กสาวปริศนาคนนั้น
เธอตอบว่า เธอคือแม่มดแห่งปฏิหารย์ นามว่า เบิร์นกัสเทล
และภายใต้ชื่อนี้ จะทำให้แองจี้ เบียทริซ กลายเป็นแม่มดที่แท้จริง (True Witch)

ระหว่างนั้น กลุ่มชายชุดดำขึ้นดาดฟ้ามาตามแองจี้ และบอกให้เธอลงไปกับพวกเขา
แต่แองจี้ก็ปฏิเสธที่จะไปกับพวกเขา บอกเบิร์นว่าพวกนั้นเป็นแฟนคลับของเธอ

เมื่อเบิร์นจากไป แองจี้ก็บอกลาพวกชายชุดดำแล้วกระโดดจากตึก .....


 

(จบ Umineko no Naku koro ni ~ Episode 3 : Banquet of the Golden Witch)