Episode 4

posted on 02 Feb 2009 19:43 by umineko

 Episode 4 : Alliance of the Golden Witch

 

Chapter 0
4 ตุลาคม 1986


ที่สนามบิน สมาชิกของตระกูลอุชิโรมิยะกำลังจะเดินทางไปยังเกาะรคเคนจิม่า
ทุกคนขบขัน กับการแสดงท่าทีกลัวเครื่องบินของแบทเลอร์  (ยกเว้นครอบครัวของเคลาส์)
จนเอวาแซวว่าจะพาเขาไปทัวร์ยุโรป ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งวัน


จอร์จจึงให้แม่เขาหยุด และคิดว่าอาจติดนิสัยนี้มาทางสายเลือดก็ได้
คิริเอะจึงทักว่า จากอาสุมุ (ภรรยาคนแรกของรูดอล์ฟ แม่ของแบทเลอร์) งั้นเหรอ
รูดอล์ฟกล่าวถึงอาสุมุ ที่เธอไม่ชอบรถเหมือนกัน และจะไม่พอใจเมื่อต้องเดินทางไกลเสมอ
เมื่อคุยต่ออีกหน่อย คิริเอะยังแซวเรื่องอาสุมุต่ออย่างขบขัน รูดอล์ฟก็ให้หยุดพูดเรื่องนี้

มาเรียและแบทเลอร์ก็วิ่งไล่กัน
โรซ่าตระโกนเตือนว่าให้เลิกเล่นบ้าๆ และระวังจะชนใครเข้า
ไม่ทันขาดคำ แบทเลอร์ก็ชนใครเข้าสักคน
แต่หลังจากขอโทษ จอร์จก็บอกว่ารถกำลังรออยู่ จึงรีบขึ้นไปบนแท็กซี่ 3 คันที่รออยู่

เมื่อแท็กซี่วิ่งจากไปแล้ว
ภาพทิวทัศน์ต่างๆ ในโลกเริ่มจางลง ทุกสรรพสิ่งเคลื่อนที่ช้าลง
จนหยุดนิ่งลง ราวกับภาพถ่าย

เด็กสาวที่แบทเลอร์ชนเมื่อสักครู่ก็ปรากฏตัว
เธอละสายตาจากแท็กซี่ที่วิ่งไป และถอนหายใจ

แมวดำที่อยู่บริเวณนั้น ก็ขยับตัวได้
เดินเข้ามาหาเด็กสาวจากด้านหลัง และเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์
มันไม่ใช่แมว แต่เป็นแม่มด เช่นเดียวกับเด็กสาวที่เป็นแม่มดเช่นกัน

แองจี้ : ชั้นไม่สามารถ.....หยุดทุกคนที่กำลังจะไปรคเค็นจิมาได้ ..... ชั้นจะ......
เบิร์นกัสเทล : เธอทำไม่ได้หรอก ในวันที่ 4 ตุลาคม 1986 เธอไม่ได้อยู่ที่นี่
แองจี้ : ถ้าชั้นอยู่ล่ะก็ จะสามารถหยุดทุกคนได้งั้นเหรอ ..... ?
เบิร์นกัสเทล : ถึงชั้นจะนึกภาพไม่ออกว่าเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบ จะทำให้พวกเขายกเลิกการเดินทางได้ยังไงก็เถอะ  ..... แต่ถ้าเธออยู่ที่นี่ ความเป็นไปได้ก็ใช่ว่าจะเป็น 0 อาจจะมากกว่า 0 ชั้นอาจสามารถทำให้เกิดปฏิหารย์ได้
แองจี้ : ถ้าชั้นไม่ได้ป่วย....และพวกเขาไม่ให้ทิ้งชั้นไป........

แองจี้มองลงกับพื้น และกำศีรษะแน่นอน สั่นเล็กน้อย
เบิร์นกล่าวเสริมเรื่องที่แองจี้ป่วยในวันที่ 3 ตุลาคม 1986 และเกมของเบียทริซเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม
เธอไม่สามารถเลี่ยงการป่วยนั้นได้ ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่เฝ้ามองได้เท่านั้น
การที่พี่ชายของเธอชน และขอโทษนั้น รวมถึงการที่เขาจำไม่ได้ว่าเธอเป็นน้องสาว
มันช่างเป็นปฏิหารย์ที่น่าจะทำให้เธอต้องเสียน้ำตา

แองจี้ : ......ขอโทษนะที่ชั้นโต้แย้ง ชั้นจะไม่ทำให้ปฏิหารย์ที่เธอมอบให้ต้องสูญเปล่า
เบิร์นกัสเทล : มาเถอะ พวกเราจะไปหาพวกเขาที่เกาะรคเค็นจิม่า ตัวหมากทุกตัวรวมกันครบแล้ว ม่านของเกมที่ 4 กำลังจะเปิดฉาก ตอนนี้ทั้งเบียโตะและแบทเลอร์ได้นั่งประจำที่แล้ว
แองจี้ : ไปยังรคเค็นจิม่า ....... ที่ซึ่งชั้น..... ไม่ ..... ชะตากรรมของทุกคนจะเปลี่ยนไป .... ในวันที่ 4 ตุลาคม 1986 .... บนเกาะรคเค็นจิม่า อะไรที่เกิดขึ้นในวันนั้น ? ชั้นจะเปิดเผยมัน เรียนรู้มัน และชั้นจะนำมันกลับคืนมา !

แองจี้ยังกำมือแน่ แล้วมองขึ้นบนฟ้า .......น้ำตาหยดนึงจากดวงตา ไหลลงมาสู่อากาศ
เมื่อกาลเวลาเริ่มเดินอีกครั้ง ร่างของแม่มดทั้งสองก็หายไปจากที่แห่งนั้น

(ตัดเป็นฉาก OP ของ Episode 4 ..... นับเป็น OP ตัวที่ 3 ใน Sound Novel (Episode 3 ไม่มี OP ใหม่))


 

Chapter 1 : The New Guest

ตัดมาในสถานที่แห่งหนึ่ง โรโนเว กล่าวทักทายยามเช้ากับนายหญิงของเขาซึ่งดูจะอารมณ์ดี
เบียทริซดูจะตื่นเต้นกับเกมที่ 4 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จนไม่ได้หลับ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการเหมือนอดนอน
บางทีอาจเป็นเพราะเธอยังสาว หรือเพราะใจเธอยังเป็นสาวอยู่ ?

เบียทริซยังกล่าวถึงชัยชนะในเกมก่อน และพูดถึงท่าทีอันน่าสมเพชขอบแบทเลอร์ตอนที่พูดว่า "เธอหลอกชั้น"

ถึงจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พอกล่าวถึงแบทเลอร์ เธอถามด้วยสีหน้าสงสัยว่าเขาเป็นอย่างไรในตอนนี้
โรโนเว ก็สาธยายยืดยาว กล่าวถึงการเล่นงานหัวใจอันบริสุทธิ์ของแบทเลอร์ จนช็อคไม่หายนั่นเอง
เบียทริซเริ่มกังวลว่าเราจะกลับมาร่วมเล่นเกมได้อีกหรือไม่ เกมที่ 4 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เมื่อโรโนเวกล่าวถึง "กลยุทธ์ลมเหนือและพระอาทิตย์" ที่ใช้ในเกมก่อน ทำให้แบทเลอร์ช็อค
เบียทริซจึงถามอาการของเขาว่าแย่ขนาดไหน เธอเริ่มลดเสียงลง
โรโนเวก็ลดเสียงตามเช่นกัน เขาอธิบายว่าเขานั่งกอดเข่ามาโดยตลอดจนถึงตอนนี้
ถึงเขาจะพูดด้วย แบทเลอร์ก็ไม่ตอบ พอเอาอาหารไปให้ เขาก็ไม่แตะมัน

สีหน้าเบียทริซเริ่มเปลี่ยนไป เธอไม่คิดว่าอาการเขาจะหนักแบบนั้น
จนโรโนเวต้องย้ำว่ามันเป็นเรื่องปกติ หลังจากที่นายหญิง "ทำแบบนั้น" ทำให้เขากลายเป็นคนไม่เชื่อใจใคร

เบียทริซยังยิ้มฝืดๆ เพื่อจะบอกว่าพอไม่เชื่อใจใคร งั้นก็มาเชื่อใจแม่มดสิ
เธอฝืนหัวเราะ แต่เธอรู้สึกว่าเหมือนจะแสดงท่าทางบ้าๆ มากกว่า

สีหน้าของเบียทริซยังคงเป็นกังวล เธอสงสัยว่าแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ
จึงถามว่าเราควรจะรอเกมต่อไปอีกสักหน่อยดีไหม ?
โรโนเวจึงบอก แขกของท่านหญิงเบิร์นกัสเทลกำลังจะมา เราควรจะเริ่มเกมที่สี่โดยเร็ว
เขายังเสนอว่าถ้าแสดงความเห็นใจสักหน่อย แบทเลอร์อาจจะดีขึ้น

เบียทริซแสดงสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินคำนั้น และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
แต่เธอก็กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ถ้าเธอไปให้กำลังใจเขาสักหน่อย คงจะรู้สึกดีขึ้น

ตัดไปที่ด้านแบทเลอร์
กำลังแย่งขนมที่โรโนเวทำ จากเบลเซบัฟ แล้ววิ่งไล่จับกับเบลเซบัฟ ขู่จะเขกหัวเธอเมื่อจับได้

เมื่อตามจับเบลเซบัฟได้ทัน ก็แย่งขนมกันอีกต่อ

เบียทริซ : ย..ย...ยะโฮวววว 'รุณหวัด แบทเลอรรรร์ !! นายยังเศร้าตั้งแต่เช้าเลยเหรอ ? เริ่มต้นวันใหม่ และเกมใหม่ มากระตุ้นสปริตของพวกเรากันเธอ
เธอเปิดประตูอย่างแรง และยกมือขึ้นทักทาย
มีเศษกระดาษเล็กๆ ที่เป็นธงประเทศต่าง ปลิวโดยรอบ .... ช่างดูน่าขำยิ่งนัก

ทั้งแบทเลอร์และเบลเซบัฟที่กำลังแย่งครัวซองกันอยู่นั้น หยุดนิ่งทันควัน และพูดไม่ออก.....

เบลเซบัฟเริ่มคุมสติได้ และกล่าวทักทายท่านเบียทริซ
ในขณะที่แบทเลอร์ยังคงอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ จากนั้นเบลเซบัฟก็หายตัวไป
 แบทเลอร์พูดตะกุกตะกัก แล้วจึงทักทายเบียโตะ ที่เห็นเธอในสภาพนี้แต่เช้า เขาเหงื่อตกเล็กน้อย

ทั้งสองจ้องหน้ากัน
เบียทริซจะพูดต่อ ทั้งที่หน้าแดง.......


...... แต่เธอก็หันไปโวยวายกับโรโนเว ที่แบทเลอร์ยังดูจะเป็นปกติ
ไม่ได้เป็นอย่างที่โรโนเวกล่าวไว้ อีกทั้งเขากำลังทานอาหารอยู่

โรโนเวหัวเราะ ที่แจ้งไปเพราะตอนแบทเลอร์หลับนั้น กอดเข่าเหมือนเด็ก
เขาไปปลุกยามเข้า เขาก็ไม่ยอมตื่น
พอนำอาหารมาให้เขา ก็ยังไม่สนใจ

เบียทริซโมโหโรโนเว แล้วยังพูดว่า "แกหลอกชั้น" เช่นเดียวกับที่แบทเลอร์พูดใน Episode ที่ผ่านมา
แบทเลอร์จึงบอกว่า คนที่หลอกแรงๆ ในครั้งก่อน ก็เธอไม่ใช่เหรอ ? แล้วยังชมโรโนเว ว่าทำได้เยี่ยมมาก

แบทเลอร์กล่าวอย่างหนักแน่น ว่า เธอคิดเหรอว่าเขาจะซ่อนในมุมแล้วกอดเข่า ?
เบียทริซยังกล่าวโต้เถียง เรื่องความขี้แยของแบทเลอร์
เมื่อคุยต่ออีกสักพัก สีหน้าแบทเลอร์เริ่มสงบแล้วจริงจัง

แบทเลอร์ : ....... แต่ว่า เบียโตะ
เบียทริซ : หือ อะไรเหรอ ?
แบทเลอร์ : อย่าทำแบบนั้นอีก
เบียทริซ : โฮ่? ทำไมล่ะ ? นายอ่อนแอต่อการโจมตีด้านข้างเหรอ ?
แบทเลอร์ : ....... เธอและชั้นเป็นศัตรูกัน และเราจะไม่ควรจะร่วมสู้กัน ..... ชั้นเข้าใจดีล่ะ ..... ดังนั้นอย่าทำบางอย่างที่ไม่น่าประทับใจแบบพยายามทำให้ชั้นสับสนกับข้อเท็จจริงจะดีกว่า
เบียทริซ : (หัวเราะ) ! ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ชั้นรู้จุดอ่อนของนายดี ......

เบียโตะยังทำท่าเหมือนตลก แต่มันก็หายไปโดยความรู้สึกของแบทเลอร์เมื่อสักครู่
เธอรู้สึกว่าตาของเขาเหมือนผิวของชาดำที่กำลังเย็นลง

แบทเลอร์ : เธอได้ยินไหม ? อย่าทำแบบนั้นอีก
เบียทริซ (เริ่มเหงื่อตก) : .......... ชั้นไม่เข้าใจ ชั้นอาจจะทำมันอีกเมื่อนายลืม
แบทเลอร์ : อย่าทำแบบนั้นอีก
เบียทริซ : ...................................

แบทเลอร์จ้องเขม่ง จนเบียทริซพูดไม่ออก
เธออาจหยุดความเงียบนี้ได้ด้วยเสียงหัวเราะ แต่ความรู้สึกจริงจังของแบทเลอร์คงไม่เปลี่ยนไป
แต่ถึงกระนั้น เธอยังต้องหัวเราะเพื่อทำลายความเงียบนี้ซะ
ทั้งสองยังประกาศที่จะต่อสู้กันในเกมที่สี่ ต่อไป ซึ่งก่อนจะเริ่มก็มีแขกมาด้วย
เป็นหญิงสาวผมแดง ที่ปรากฏตัวตอนท้ายเกมที่ผ่านมานั่นเอง

พอเบียทริซจะให้โรโนเวไปเชิญแขก
ปรากฏว่าหญิงสาวคนนั้นรอที่มุมมืดของห้องมาสักพักแล้ว
แบทเลอร์หันหลังกลับไป และพบกับสาวปริศนา

เบียทริซ : แหม ช่างไร้มารยาทจริง เมื่อเจ้ามา ก็น่าจะทักทายพวกเราสักหน่อย
??? : ชั้นไม่มีนิสัยที่จะทักทายคนอื่นก่อนที่จะอัดพวกเขาหรอก แต่ชั้นจะพูดหลังจากชั้นอัดแล้ว
เบียทริซ : โฮ่ พูดอะไรล่ะ ?
??? : ราตรีสวัสดิ์ ขอให้ฝันดี

เบียทริซหัวเราะต่อสิ่งที่เธอพูดและปรบมือ แต่มีเพียงเธอเท่านั้น
แบทเลอร์เพียงยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการอะไร
เมื่อแบทเลอร์บอกว่า เธอตอบได้อย่างนักเลง (นักสู้) ดี
หญิงสาวก็ไม่ได้ตอบอะไร จ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาเท่านั้น
เขากล่าวขอบคุณที่ช่วยเขาในเกมที่ผ่านมา
เธอก็ไม่ต้องการคำขอบคุณนั้น เธอแค่ให้เขาเลิกขี้เกียจ แล้วบอกให้ลืมตาเท่านั้น

ถึงเบียทริซจะหัวเราะกับข้อความนี้ แต่เด็กสาวก็ไม่แสดงอาการใดๆ
เธอยังคงมองแบทเลอร์ด้วยสายตาที่เย็นชา

แบทเลอร์ : ....... ดูเหมือนคนที่เกลียดชั้นเลยนะ
??? : ชั้นรำคาญที่นายไม่สู้อย่างจริงจัง
แบทเลอร์ : เธอบอกว่าชั้นไม่ได้จริงจังงั้นเหรอ ?
??? : นายคงไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมที่ผ่านมา เป็นการสู้อย่างจริงจังหรอกนะ ? .... อย่าทำเป็นโง่หน่อยเลย นานแค่ไหนแล้วที่นายหลงกับการเล่นตลกของแม่มดแบบนั้น หา ?
แบทเลอร์ : ชั้นสู้กับเบียโตะด้วยวิธีของชั้น และเอาจริงแน่ๆ
??? : เอาจริง ? ...... อย่าทำให้ชั้นขำหน่อยเลย นายแค่จิบน้ำชาและนั่งคุยกับแม่มดไปตลอดกาลและเรียกนั่นว่าการสู้อย่างเอาจริงเหรอ ? เก็บมุกตลกนั้นไว้เถอะ"

แบทเลอร์ยังคงพยายามแก้ตัวเรื่องความเข้าใจผิดนี้ ด้วยการอ้างว่าเข้าถึงเบียโตะไปทีละนิด
ไม่ว่าจะต้องสู้อีกนับพันปี อย่างที่เบียทริซเคยพูด แต่สุดท้ายเขาจะเป็นฝ่ายชนะ

สาวผมแดงยังคงโต้กลับ เขาเพียงพยายามที่จะชนะกับการเล่นไม่รู้จบ และพลาดนับครั้งไม่ถ้วน
เธอมั่นใจว่าถ้าเขายังคงเป็นอย่างนี้ แม้จะสู้อีกล้านปีก็ไม่ชนะแม่มดได้

แบทเลอร์เปลี่ยนคำถาม ว่าเธอเป็นใคร แต่เด็กสาวยังคงเงียบและจ้องไปที่ตาแบทเลอร์
ถึงแบทเลอร์จะจำสายตาคู่นั้นได้ว่าน่าจะเป็นเด็กสาวที่ไม่ได้มาที่นี่ ...... แต่มันเป็นไปได้ได้

แบทเลอร์ : ชั้นรู้ว่ามันฟังดูโง่ๆ สักหน่อย ..... แต่ชั้นรู้สึกแบบนั้น แต่มันก็ไม่ถูกต้อง ..... เธอคนนั้นเพิ่งจะอายุ 6 ขวบ ...... เธอคงไม่ใช่ ....... แองจี้ ใช่ไหม ?
??? : .........
??? : ........ ถ้าชั้นพูดว่า "ใช่น่ะสิ" ...... นายจะเชื่อชั้นไหม ?
แบทเลอร์ : .........
??? : ชั้นจะพูดต่างจากนั้น ถ้าชั้นพูดว่า "ชั้นอยู่ข้างเดียวกับนาย ดังนั้นเชื่อใจชั้น" นายจะเชื่อชั้นไหม ? นายจะเชื่อเด็กสาวที่เธอเพิ่งได้พบครั้งแรก เพราะเธอดูเหมือนคนที่นายรู้จักไหม ?
??? : ........ เป็นเพราะนายใจอ่อนเกินไป ถึงถูกหลอกในเกมที่ผ่านมา และต้องมาเสียน้ำตาหลังจากนั้น ......นายพูดเองนี่ ว่าเด็กคนนั้นอายุแค่ 6 ขวบ ใช่ไหม ? แล้วชั้นดูเหมือนเพิ่ง 6 ขวบหรือไง ? แล้วถ้าชั้นอ้างว่าชั้นเป็นเด็กคนนั้น นายจะอธิบายเรื่องนี้ได้ไง ?
แบทเลอร์ : ........ ถ้าเธอบอกแบบนั้น ...... ชั้นคงไม่มีอะไรจะแย้ง ..... โทดทีนะ ชั้นมันใจอ่อนเกินไปจริงๆ และควรจะเข้าใจหลังจากเกมที่ผ่านมา ..... เพราะเหตุผลนี้สินะที่เธออยากบอก ว่าชั้นยังไม่ได้เอาจริง ?
??? : ใช่ นายอาจคิดว่ากำลังสู้กับแม่มด แต่นายแค่เล่นไปตามเกมของเธอเท่านั้น ...... เหมือนกำลังเล่นหมากรุกกับเพื่อนอยู่ ถึงเหมือนกับจะแข่งขันกันอย่างจริงจัง แต่ในมุมมองของชั้น ก็เหมือนกับเล่นสนุกและตามกฏ ราวกับเล่นกับเพื่อนสนิทของนายเท่านั้น

แบทเลอร์ยิ้มกับคำพูดนั้น
เธอจึงบอกต่อว่าเพราะเขาไม่สามารถเอาชนะเกมนี้ได้ และไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ .... เป็นเหตุผลที่เธอปรากฏตัว .... เธอจะทำให้เกมนี้จบลง
เธอยังเปรียบอีกว่า ถึงเขาจะอ้างว่าเข้าใกล้แม่มด แต่เขาดูเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งในกงล้อเท่านั้น
ประโยคนั้นทำให้เบียทริซหัวเราะอีก ซึ่งเธอบอกจะปลดปล่อยเขาจากกงล้อที่ไม่มีที่สุดสุดนั้น
เด็กสาวยังคงพูดถึงโอกาสที่จะชนะ แน่นอนว่ามันไม่เป็นศูนย์ ..... ตอนนี้เธอประกาศเป็นศัตรูกับเบียทริซชัดเจนยิ่งขึ้น

แบทเลอร์ยังคงถามอีกครั้งว่า "เธอเป็นใคร"
เด็กสาวตอบเพียงเธอเป็นมิตรกับเขาเท่านั้น และเป็นศัตรูกับแม่มด
แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องเชื่อ ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่าเธอเป็นพวกเดียวกับเขาจริง
และในทางตรงกันข้าม เป็นความคิดที่ดี ที่เขาจะระแวงในตัวเธอเช่นกัน
แบทเลอร์ก็เห็นด้วย เขาไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดแบบเกมที่ผ่านมา
เบียทริซหัวเราะเยาะเย้ยแบทเลอร์ แต่ก็ไม่มีใครสนใจเช่นเคย

เด็กสาวยังกล่าวเชิงเปรียบเทียบ เกี่ยวกับการเดินข้ามถนนและไฟเขียว
ซึ่งแบทเลอร์ก็เข้าใจว่าไม่ให้เชื่อกับข้อมูลที่ได้รับจากคนอื่น และให้คิดด้วยตัวเอง
เขาเคยเชื่อเวทมนตร์ที่